บทที่ 8 บทที่ 8 ชุดเมด

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังค่ำคืนแห่งปาร์ตี้รอบกองไฟ กลิ่นควันจางๆ ยังคงติดอยู่ที่ปลายผมและชุดผ้าฝ้ายทอมือสีมอๆ ของขิง ไวเปอร์ที่เพิ่งลืมตาตื่นกำลังหงุดหงิดกับสภาพเสื้อผ้าของตัวเองที่แทบจะกลายเป็นหมูรมควัน ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้จัดการกับตัวเอง เสียงเคาะประตูห้องพักคนรับใช้ก็ดังขึ้นรัวๆ

"ขิง! ตื่นหรือยังลูก เปิดประตูให้ป้าหน่อย" เสียงของป้าจันทร์ หัวหน้าแม่บ้าน ร้องเรียกอยู่หน้าห้อง

เมื่อเด็กสาวเปิดประตูออกไป ก็พบป้าจันทร์ยืนฉีกยิ้มกว้าง ในมือของหญิงวัยกลางคนมีกล่องกระดาษเคลือบมันสีดำผูกริบบิ้นหรูหราขนาดใหญ่สองสามกล่อง

"ป้าจันทร์... นี่มันกล่องอะหยังเจ้า?" ขิงแกล้งทำตาโตเอียงคอถามด้วยความซื่อบื้อ

"ของเธอไงล่ะยัยขิง! นายท่านสั่งคนไปจัดการหาชุดยูนิฟอร์มใหม่มาให้เธอตั้งแต่เมื่อคืน" ป้าจันทร์ดันกล่องทั้งหมดใส่อ้อมแขนเล็กๆ ของขิง "นายท่านบอกว่าชุดเก่าของเธอคงเหม็นควันไฟ ขืนใส่เดินไปเดินมาในคฤหาสน์เดี๋ยวแขกไปใครมาจะตกใจ เอาไปเปลี่ยนซะ อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วรีบขึ้นไปรับใช้นายท่านที่ห้องสมุดด้วยล่ะ"

ป้าจันทร์เดินจากไป ทิ้งให้ขิงยืนกระพริบตาปริบๆ อยู่หน้าห้อง ทันทีที่ประตูปิด รอยยิ้มซื่อๆ ก็หุบลง

'ไอ้มาเฟียนั่น นึกครึ้มอะไรมาซื้อชุดให้ฉัน? หรือว่าจะจับผิดอะไรได้อีก?'

ไวเปอร์วางกล่องหรูลงบนเตียงไม้แคบๆ มือเล็กกระตุกริบบิ้นออกอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าจะมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ข้างใน ทว่าเมื่อเปิดฝากล่องออก คิ้วเรียวสวยก็ต้องขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ

สิ่งที่นอนนิ่งอยู่บนกระดาษสาเนื้อดี ไม่ใช่ชุดแม่บ้านทรงเรียบร้อยแบบที่ป้าจันทร์หรือแม่บ้านคนอื่นๆ ใส่ แต่มันคือ ชุดเมดสไตล์ตะวันตก!

เสื้อคอกว้างสีดำสนิท กว้างจนน่าจะเห็นเนินอกยามใส่ แต่งด้วยลูกไม้สีขาวฟูฟ่องตรงหน้าอก มาพร้อมกับผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา และที่ทำให้มือสังหารสาวแทบจะพ่นไฟออกทางจมูกคือ... ท่อนล่างที่เป็นกระโปรงทรงสุ่มก็สั้นเต่อเหนือเข่าขึ้นมาเกือบคืบ! แถมยังมีถุงเท้ายาวสีขาวลูกไม้และปลอกคอลูกไม้สีขาวที่มีริบบิ้นดำเส้นเล็กไว้ให้ผูกเป็นโบว์แถมมาให้อีกต่างหาก

'ไอ้... ไอ้โรคจิต! ไอ้บ้ากาม!'

ไวเปอร์สบถด่าเจ้านายแบบไร้เสียง เธอหยิบกระโปรงตัวสั้นขึ้นมาทาบกับตัวด้วยมือที่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ สำหรับนักฆ่าแล้ว เสื้อผ้าคือหนึ่งในอาวุธและเกราะป้องกัน กระโปรงสั้นขนาดนี้หมายความว่าเธอไม่สามารถซ่อนมีดสั้นยุทธวิธี ไว้ที่สายรัดต้นขาได้อย่างที่เคยทำมาตลอดชีวิต และความฟูฟ่องของลูกไม้ก็อาจจะไปเกี่ยวตะขอหรือสิ่งกีดขวางเวลาต้องเคลื่อนไหวหลบหลีก

นี่ต้องไม่ใช่ความหวังดีแน่! มันคือการ "ตัดกำลัง" และ "ทดสอบความระแวง" ของเธอชัดๆ! ศิลากำลังบีบให้เธอต้องอยู่ในสภาพที่ไร้อาวุธและรู้สึกไม่ปลอดภัยที่สุด เพื่อดูว่าเธอจะหลุดปฏิกิริยาป้องกันตัวออกมาหรือไม่

ทว่าภารกิจก็คือภารกิจ ต่อให้ต้องใส่ชุดนางอะไร เธอก็ต้องรอดไปได้!

.

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้องสมุดส่วนตัวชั้นสอง

ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ ในมือถือแท็บเล็ตอ่านรายงานหุ้นยามเช้า ทว่าสมาธิของเขากลับไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขบนหน้าจอเลยแม้แต่น้อย เขากำลังรอคอยด้วยความรื่นเริงใจว่า 'เหยื่อ' ของเขาจะเดินเข้ามาในสภาพไหน

ก๊อกๆ...

"น... นายท่านเจ้า เปิ้นเข้าไปได้ก่อเจ้า?" เสียงหวานๆ ที่ติดจะสั่นเล็กน้อยดังขึ้นหน้าประตู

"เข้ามาสิ" ศิลาปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้มิดชิด

บานประตูไม้โอ๊กถูกแง้มออกช้าๆ ร่างเล็กๆ ของขิงก้าวเข้ามาในห้องสมุด ทันทีที่ศิลาเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาคมกริบของเขาก็มีแววประหลาดใจพาดผ่านไปวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด

ชุดเมดสไตล์ตะวันตกที่เข้ารูปพอดีเป๊ะกับสัดส่วนของเธอที่เขาประเมินจากสายตา กระโปรงทรงสุ่มที่สั้นกว่าปกติขับเน้นให้เห็นเรียวขาขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดผ้าฝ้ายมาตลอด ถุงเท้ายาวลูกไม้และริบบิ้นที่คอทำให้เธอดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงที่มีชีวิต มากกว่าจะเป็นสาวใช้ชาวดอยแบบตอนแรก

ขิงยืนบิดตัวไปมา มือเล็กๆ สองข้างพยายามดึงชายกระโปรงที่สั้นเต่อให้ลงมาปิดหน้าขาด้วยท่าทีขวยเขิน ใบหน้าน่ารักแดงก่ำจนถึงใบหู จริงๆ ครึ่งหนึ่งคือความอับอายเสแสร้ง และอีกครึ่งคือความโกรธที่อัดอั้นจนเลือดขึ้นหน้า

"ช... ชุดนี้มันสั้นไปก่อเจ้า นายท่าน เปิ้นบ่เกยใส่เสื้อผ้าหวิวขนาดนี้มาก่อนเลยเจ้า ลมมันเย็นๆ ขาพิลึก..." ขิงช้อนตากลมโตขึ้นมอง แสร้งบีบน้ำตาปริ่มๆ ราวกับลูกแมวถูกแกล้ง

"สั้นตรงไหน ทันสมัยจะตายไป" ศิลาวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาพราวระยับ "ชุดชาวดอยของเธอมันรุ่มร่าม ทำงานบ้านไม่สะดวก ชุดนี้แหละคล่องตัวดี เธอจะได้ไม่ต้องเดินสะดุดชายผ้าตัวเองล้ม... ชอบไหมล่ะ?"

'ชอบกะผีสิ! ขยับตัวทีลมตีขึ้นไปถึงไหนต่อไหนแล้วโว้ย!'

"ช... ชอบเจ้า งามขนาดเลยเจ้า เปิ้นจะรักษาอย่างดีเลยเจ้า" ขิงฝืนยิ้มกว้างจนปวดแก้ม ก้มหัวรับคำอย่างจำยอม

"ก็ดี... ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มงานเลย" ศิลาลุกขึ้นยืน เดินไปที่ชั้นหนังสือไม้สักความสูงเกือบชนเพดานห้อง เขาชี้ไปที่หนังสือสารานุกรมเล่มหนาปกหนังสีน้ำตาลที่วางอยู่บนชั้นบนสุด ซึ่งสูงเลยศีรษะของขิงไปเกือบสองช่วงตัว

"ฉันอยากได้เล่มนั้น หยิบลงมาให้หน่อยสิขิง แต่ระวังฝุ่นด้วยนะ ไม่ค่อยได้หยิบมาอ่านน่ะ"

ไวเปอร์เงยหน้ามองตามนิ้วของเขาแล้วแทบจะสบถออกมาดังๆ ชั้นมันสูงขนาดนั้น ปกติเธอแค่สปริงข้อเท้ากระโดดเบาๆ หรือปีนชั้นหนังสือขึ้นไปก็หยิบถึงแล้ว แต่นี่เธอใส่กระโปรงสั้นจู๋! แถมศิลายังมายืนกอดอกดูอยู่ข้างล่างตรงเป๊ะ! ขืนปีนหรือเขย่งสุดตัว มีหวังหมอนี่ได้เห็นไปถึงสวรรค์แน่ๆ!

"เอ่อ... มันสูงขนาดเลยเจ้า นายท่าน มีบันไดก่อเจ้า?" ขิงแกล้งทำเสียงอ่อย หันซ้ายหันขวามองหาตัวช่วย

"ไม่มีบันไดหรอก เขย่งเอาก็น่าจะถึงนะ ลองพยายามดูก่อนสิ" ศิลายักไหล่ แกล้งทำหน้าตาย

เขาจงใจทดสอบเธอ เขารู้ว่าสัญชาตญาณของคนที่เป็นนักสู้ เมื่อถูกสั่งให้หยิบของในที่สูงและใส่ชุดที่เปิดเผย ร่างกายจะเกิดความระแวงและเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันตัวเองโดยอัตโนมัติ เขาอยากดูว่าเธอจะจัดการกับสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ยังไงโดยไม่หลุดคาแรกเตอร์

ขิงกัดริมฝีปากล่างแน่นจนห้อเลือด เธอเดินเข้าไปใกล้ชั้นหนังสือ ค่อยๆ เขย่งปลายเท้าขึ้น มือซ้ายจับชายกระโปรงสุ่มด้านหลังกดเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้มันเปิดอ้า ส่วนมือขวาก็เอื้อมสุดแขนขึ้นไปหาหนังสือเล่มหนา

ตึกตัก... ตึกตัก...

อัตราการเต้นของหัวใจนักฆ่าสาวเริ่มเร็วขึ้น ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบของศิลาที่จับจ้องอยู่ด้านหลังทุกการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อน่องและต้นขาของเธอเกร็งแน่นเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้ล้ม ขณะที่ต้องระวังไม่ให้การทรงตัวนั้นดู 'มั่นคง' และ 'เป๊ะ' เกินกว่าคนธรรมดาจะทำได้

"อึ้บ... โอ๊ย! แฮ่ก..." ขิงแกล้งทำเสียงหอบ มือขวาปัดโดนสันหนังสือจนมันขยับเลื่อนออกมานิดหนึ่ง ฝุ่นละอองบางๆ ร่วงหล่นลงมา

ในจังหวะที่เธอกำลังจะถอดใจแกล้งล้ม... แผ่นหลังเล็กบางก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ทาบทับลงมา

ศิลาก้าวเข้ามาซ้อนด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ยืนชิดจนหน้าอกของเขาแทบจะชนกับแผ่นหลังของเธอ เขายื่นแขนขวาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อข้ามไหล่เล็กๆ ของขิงไปอย่างง่ายดาย มือหนาคว้าหมับเข้าที่สันหนังสือสารานุกรมเล่มนั้นและดึงมันออกมา

"บอกว่าหยิบไม่ถึงตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง"

น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือเสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นที่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดไหล่ที่เปิดเผยพ้นลูกไม้ของชุดเมด ขิงที่กำลังเขย่งเท้าอยู่ตกใจจนเสียหลัก ร่างเล็กร่วงลงมาส้นเท้ากระแทกพื้นและถอยหลังไปชนกับแผงอกแกร่งของศิลาเต็มแรง!

"อ๊ะ!" ขิงอุทาน หลับตาปี๋เตรียมล้ม

แต่แขนซ้ายของศิลาที่ว่างอยู่กลับตวัดโอบรอบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล รั้งตัวเธอไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อน

ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องสมุดชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ยืนซ้อนทับกัน ไวเปอร์ในคราบขิงเบิกตากว้าง สัมผัสจากท่อนแขนแกร่งที่รัดรอบเอวและกลิ่นน้ำหอมบุรุษที่โชยมาแตะจมูก ทำให้มือสังหารที่เคยใจนิ่งดุจน้ำแข็งต้องหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

"ทีหลัง... ถ้ารู้ว่าตัวเองตัวสั้น ก็หัดขอความช่วยเหลือบ้างนะ" ศิลาเอ่ยทำลายความเงียบ เขาปล่อยแขนจากเอวเธอช้าๆ แกล้งเอาหนังสือสารานุกรมเล่มหนาเคาะเบาๆ ลงบนหัวของเธอหนึ่งที "มัวแต่ยืนบิดไปบิดมาดึงกระโปรงอยู่ได้... ไปชงกาแฟมาให้ฉันได้แล้วไป"

พูดจบ มาเฟียหนุ่มก็หมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่โซฟาอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ขิงยืนลูบหัวตัวเองป้อยๆ อยู่หน้าชั้นหนังสือ แววตาของเด็กดอยที่เคยใสซื่อบัดนี้วาวไปด้วยไฟแค้นปนความสับสน

'ไอ้... ไอ้เจ้านายบ้า! สักวันฉันจะรัดคอแกให้ตายคาโซฟาเลยคอยดู!!' ไวเปอร์คำรามในใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินตึงตังออกไปชงกาแฟ ทิ้งให้ศิลามองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบสัปดาห์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป